รู้จักเอสเอสไอความรู้เรื่องเหล็กการพัฒนาแบบยั่งยืน
คณะกรรมการบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) ได้ตระหนักดีถึงบทบาท และหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการในการสร้างเสริมให้เกิดการกำกับดูแลกิจการที่ดีภายในบริษัท เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทมีความเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมั่นคงด้วยการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส อันจะสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ซึ่งจะนำไปสู่ประโยชน์สูงสุดแก่บริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม ทั้งนี้ได้มีเจตนารมณ์ร่วมกันในคณะกรรมการบริษัทว่า การที่จะพัฒนาให้เกิดการกำกับดูแลกิจการที่ดีภายในบริษัทนั้น ต้องพึ่งพาและประสานการทำงานของกลไกทั้ง 4 ด้านเข้าด้วยกัน คือ คณะกรรมการบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) ฝ่ายจัดการของบริษัท ผู้ตรวจสอบบัญชีภายนอกของบริษัทที่เป็นอิสระ และผู้ตรวจสอบภายในของบริษัท

เมื่อปลายปี 2545 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติประกาศใช้นโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) (จำนวน 14 ข้อ) ซึ่งได้กำหนดให้สอดคล้องกับแนวทางหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีจำนวน 15 ข้อของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดังนี้

1. คณะกรรมการบริษัทตระหนักดีในความรับผิดชอบของคณะกรรมการที่พึงมีต่อผู้ถือหุ้นของบริษัทในการที่จะต้องปกป้องประโยชน์ในทุกประการของผู้ถือหุ้น ให้ผู้ถือหุ้นทุกท่านได้รับการดูแลปฏิบัติและรับทราบข้อมูลจากบริษัทอย่างเท่าเทียมกัน

2. คณะกรรมการบริษัทจะกำกับดูแลให้การประชุมผู้ถือหุ้นเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายและเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติที่ดี ตามข้อเสนอแนะของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

3. คณะกรรมการบริษัทจะคำนึงถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ ของบริษัท และกำกับดูแลบริษัทให้มีการปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมาย

4. คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการกำหนดวิสัยทัศน์และพันธกิจของบริษัท รวมทั้งกำกับดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และพันธกิจ ตลอดจนกำกับดูแลเรื่องการบริหารความเสี่ยงและระบบการควบคุมภายในของบริษัท

5. คณะกรรมการบริษัทจะต้องประกอบด้วยกรรมการที่เป็นอิสระไม่น้อยกว่า 3 คน

6. คณะกรรมการบริษัทสามารถจัดให้มีคณะกรรมการย่อยชุดต่างๆ ที่มีบทบาทหน้าที่เฉพาะ เพื่อศึกษาและกลั่นกรองงานก่อนนำเสนอคณะกรรมการบริษัท เช่น คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการตรวจสอบ เป็นต้น ทั้งนี้ อาจพิจารณาเพิ่มคณะกรรมการย่อยชุดอื่นๆ ตามที่เห็นสมควร


7. คณะกรรมการบริษัทเห็นควรให้มีการแบ่งแยกบุคคลผู้ดำรงในตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท ประธาน กรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท โดยคณะกรรมการบริษัทจะกำหนดอำนาจหน้าที่ของแต่ละตำแหน่งให้ชัดเจน นอกจากนี้ยังเห็นควรให้มีการปรับปรุงคู่มืออำนาจดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีขอบเขตของการกระจายอำนาจของคณะกรรมการบริษัทและขอบเขตของฝ่ายจัดการ ผู้รับมอบการใช้อำนาจที่แจ้งชัด

8. คณะกรรมการบริษัทจะต้องมีการประชุมโดยสม่ำเสมอเป็นประจำอย่างน้อยทุกสามเดือนต่อครั้ง และอาจมีการประชุมพิเศษเพิ่มเติมตามความจำเป็น โดยมีกำหนดการประชุมล่วงหน้า มีการกำหนดวาระการประชุมที่ชัดเจนและมีการนำส่งเอกสารประกอบการประชุมล่วงหน้าตามข้อบังคับของบริษัท เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมการประชุม

 



9
.
คณะกรรมการบริหารจะต้องมีการประชุมโดย
สม่ำเสมอเป็นประจำทุกเดือน และอาจมีการประชุมพิเศษเพิ่มเติมตามความจำเป็น โดยมีการกำหนดการประชุมล่วงหน้า มีการกำหนดวาระการประชุมที่ชัดเจน และมีการนำส่งเอกสารประกอบการประชุมล่วงหน้าเพื่อให้คณะกรรมการบริหารได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมการประชุม


10
. คณะกรรมการบริษัทจะทำหน้าที่ในการพิจารณาค่าตอบแทนของกรรมการ เพื่อให้การจ่ายค่าตอบแทนของกรรมการเป็นไปอย่างเหมาะสม มีความโปร่งใส และป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ทั้งนี้การกำหนดค่าตอบแทนใด ๆ สำหรับกรรมการให้เป็นไปตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น


11
. คณะกรรมการบริษัทจะดูแลให้มีแนวทางเกี่ยวกับจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ข้อพึงปฏิบัติที่ดี สำหรับกรรมการและพนักงาน รวมทั้งจะได้สื่อสารให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ทราบ

12. คณะกรรมการบริษัทพึงกำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในการกำกับดูแลบริษัท เพื่อขจัดปัญหาความขัดแย้งของผลประโยชน์ระหว่างคณะกรรมการฝ่ายจัดการและผู้ถือหุ้นด้วยความระมัดระวัง ซื่อสัตย์สุจริต มีเหตุมีผล และเป็นอิสระภายในกรอบจริยธรรมที่ดี

13. คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างระบบการควบคุมภายในทั้งการควบคุมทางการเงิน การดำเนินงาน และการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทจัดให้มีหน่วยงานตรวจสอบภายในแยกเป็นส่วนงานหนึ่งของบริษัท

14. คณะกรรมการบริษัทจะกำกับดูแลเพื่อให้ผู้ลงทุน
มั่นใจได้ว่าบริษัทได้เปิดเผยข้อมูลสารสนเทศที่สำคัญของบริษัทอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และทันเวลา