Sahaviriya Steel Industries PLC

ข่าวประชาสัมพันธ์องค์กร

5 เหล็กไทยจัด “ฅนเหล็กมินิมาราธอน 2556” รายได้ 2.4 ล้าน มอบ 22 องค์กรผู้ด้อยโอกาส

ironman-2013

ผู้บริหารกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กประกอบด้วย นางสาววรรณา ตั้งเจริญจริง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายธุรกิจ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ นายนาวา จันทนสุรคน  กรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัทเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน) (TCRSS) นายสมเกียรติ ปินตาธรรม ประธานบริษัท เอ็นเอส  บลูสโคป  (ประเทศไทย)  จำกัด  (NS  Blue Scope) นายฮิโรอะกิ ซาโต กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามยูไนเต็ดสตีล (1995) จำกัด (SUS) และนายอะคิฮิโกะ โอตะ ประธานบริษัท นิปปอน สตีล แอนด์ ซูมิคิน กัลวาไนซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (NSGT) ในฐานะองค์กรผู้ร่วมจัดการแข่งขัน เดิน-วิ่ง การกุศล ฅนเหล็กมินิมาราธอน ครั้งที่ 6 “Thailand Iron Man Mini Marathon 2013” ร่วมมอบเงินรายได้ จากการจัดการแข่งขัน โดยไม่หักค่าใช้จ่าย จำนวนกว่า  2.4 ล้านบาท แก่ มูลนิธิ หน่วยงานผู้ดูแลและให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส 22 แห่ง เพื่อส่งเสริมสนับสนุนผู้ด้อยโอกาสให้มีคุณภาพชีวิตและ สามารถหยัดยืนอยู่ได้ในสังคมอย่างเข้มแข็งต่อไป กิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจ และมีผู้เข้าร่วมในรูปแบบต่างๆ จำนวนกว่า 1,400 คน ณ สวนลุมพินี เมื่อเร็วๆนี้

เอสเอสไอรับรางวัล CSRI Recognition

ssisubmit-1-big

คุณจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วยดร. ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ประธานคณะกรรมการอำนวยการ สถาบันธุรกิจเพื่อสังคมและประธานคณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณารางวัล มอบรางวัล CSRI Recognition ประจำปี 2556 ให้แก่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ โดยมีนายผดุงศักดิ์ ปราณอุดมรัตน์ ผู้จัดการทั่วไป สำนักประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ สายกิจการสาธารณะและความรับผิดชอบทางสังคม เป็นผู้แทนบริษัทรับมอบ

รางวัล CSRI Recognition จัดโดยสถาบันธุรกิจเพื่อสังคม (CSRI) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อมอบให้กับบริษัทจดทะเบียนที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริม พัฒนาการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่บริษัทจดทะเบียน หน่วยงานอื่นๆ และสาธารณชนทั่วไป ณ โถงนิทรรศการชั้น 1 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2556

เอสเอสไอรายงานผลการระดมทุน

ssisubmit-1-big

เอสเอสไอได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น พันธมิตรและนักลงทุน ระดมทุนได้เงิน 10,972.34 ล้านบาท จากการขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2555 จนถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2556 จำนวน 9,404.09 ล้านบาท และจำหน่ายเงินลงทุนใน TCRSS 1,568.25 ล้านบาท นำไปลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจโรงถลุงเหล็กและซื้อคืนหุ้นกู้แปลงสภาพ

ตามที่ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2555 บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2555 ได้อนุมัติแผนการจัดโครงสร้างทางการเงินแบบเบ็ดเสร็จ (Comprehensive Financial Plan) และอนุมัติแผนการระดมทุนเพิ่มเติมโดยจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 19,433,670,324 หุ้น ในราคาหุ้นละ 0.68 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Rights Offerings) และ บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) โดยเอสเอสไอได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับแผนการเพิ่มทุนของเอสเอสไอแก่นักลงทุนทราบครั้งที่ 1-9 มาตามลำดับนั้น

นายวิน วิริยประไพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสเอสไอ เปิดเผยถึงผลการเพิ่มทุนของเอสเอสไอว่า เอสเอสไอได้ดำเนินการขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนเสร็จสิ้นไปแล้วเป็นจำนวน รวม 13,829.55 ล้านหุ้น ประกอบด้วย 1) กลุ่มสหวิริยา 8,199.64 ล้านหุ้น 2) พันธมิตรทางธุรกิจและผู้ถือหุ้นทั่วไป 2,736.77 ล้านหุ้น คิดเป็นเงินที่ระดมได้รวม 9,404.09 ล้านบาท

ทั้งนี้มีหุ้นสามัญที่ยังไม่ได้จำหน่ายรวมจำนวน 5,604.11 ล้านหุ้น ซึ่งเอสเอสไอจะดำเนินการลดทุนจดทะเบียนของเอสเอสไอ โดยการตัดหุ้นสามัญเพิ่มทุนส่วนที่คงเหลือต่อไป

นอกจากนี้เอสเอสไอได้จำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TCRSS เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ได้รับเงินจำนวน 1,568.25 ล้านบาท ซึ่งได้นำไปลงทุนซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของธุรกิจโรงถลุงเหล็ก

“สำหรับธุรกิจโรงถลุงเหล็ก ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี ยูเค จำกัด นั้นได้ดำเนินการเพิ่มทุนชำระแล้วจาก 473 ล้านเหรียญสหรัฐเป็น 895.61 ล้านเหรียญสหรัฐเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนและลดต้นทุนทางการเงินให้แก่ธุรกิจโรงถลุงเหล็กได้

“เอสเอสไอได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นและพันธมิตรทางธุรกิจเป็นอย่างดีในการระดมทุนโดยการขายหุ้นเพิ่มทุนและการขายทรัพย์สิน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในธุรกิจ วิสัยทัศน์ การบริหารจัดการ และบุคลากรของเอสเอสไอ การเพิ่มทุนครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินให้เอสเอสไอ และ ทำให้ต้นทุนทางการเงินของเอสเอสไอลดลงอีกด้วย“ นายวินกล่าว

เอสเอสไอคว้ารางวัลเกียรติยศแรงงานสัมพันธ์

ssisubmit-1-big

นายอาทิตย์ อิสโม อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมอบรางวัลเกียรติยศสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์ และสวัสดิการแรงงาน 10 ปีติดต่อกัน (พ.ศ.2547-พ.ศ.2556) ประเภทไม่มีสหภาพแรงงาน (ติดต่อกันสองปีซ้อน)แก่ นายยงยุทธ มลิทอง (ที่ 3 จากซ้าย) รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายทรัพยากรบุคคลและธุรการ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ นอกจากนี้ยังมีบริษัทในกลุ่มเอสเอสไอ ได้แก่ บริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TCRSS และบริษัท เวสท์โคสท์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด หรือ WCE ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ 5 ปีติดต่อกัน (พ.ศ.2552-พ.ศ.2556) ประเภทสถานประกอบกิจการขนาดกลาง ไม่มีสหภาพแรงงาน ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานีในวันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2556 ที่ผ่านมา

เหล็กแผ่นรีดเย็นไทยคว้ารางวัลโรงงานอนุรักษ์พลังงานดีเด่น

ssisubmit-1-big

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี มอบรางวัล Thailand Energy Award 2013 ด้านอนุรักษ์พลังงานดีเด่น ประเภทโรงงานควบคุมดีเด่น จากกระทรวงพลังงานแก่ นายนาวา จันทนสุรคน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่มเอสเอสไอ ในฐานะที่สามารถบริหารจัดการ ด้านการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ตามวิสัยทัศน์มุ่งเป็นผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดเย็นชั้นเลิศ ด้วยทีมงานที่ยอดเยี่ยม ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2556

บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2556

ssi-new-ssi-result-Q1-2013

  •  รายได้รวม-ปริมาณผลิต HRC-ปริมาณส่งมอบ HRC รายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์
  •  รายได้ขายและบริการรวม 19,949 ล้านบาท
  •  ขายเหล็กปริมาณรวม 944 พันตัน จากเหล็กแผ่นรีดร้อน 707 พันตัน และเหล็กแท่งแบนขายลูกค้าภายนอก 237 พันตัน
  •  กำไรสุทธิของบริษัทฯ (งบเดี่ยว) 868 ล้านบาท และ ขาดทุนสุทธิของกลุ่มบริษัท (งบรวม) 778 ล้านบาท
  •  Group EBITDA พลิกกลับเป็นบวก 800 ล้านบาท
  •  ปลายไตรมาส 2/2556 เริ่มใช้งาน PCI ที่โรงถลุงเหล็ก ต้นทุนพลังงานลด-ผลผลิตสูง

งบการเงินเฉพาะบริษัท

บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ปี 2556 ว่า บริษัทฯมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 15,626 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากไตรมาส 4/2555 และ ร้อยละ 35 จากงวดเดียวกันของปีก่อน มี EBITDA 1,576 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 329 จากไตรมาส 4/2555 และ ร้อยละ 177 จากงวดเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 868 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากที่มีผลขาดทุนสุทธิ 422 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 7 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2555 และไตรมาส 1/2555 ตามลำดับ

งบการเงินรวม

บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 19,949 ล้านบาทสูงสุดเป็นประวัติการณ์รายไตรมาส เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 จากไตรมาส 4/2555 และร้อยละ 27 จากงวดเดียวกันของปีก่อน จากขายเหล็กรวม 944 พันตัน ประกอบด้วย 1) เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน 707 พันตัน และ 2) เหล็กแท่งแบนที่ขายบุคคลภายนอก 237 พันตัน หรือ คิดเป็นร้อยละ 35 จากปริมาณขายเหล็กแท่งแบนทั้งหมด โดยมีต้นทุนขายและให้บริการรวม 20,394 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อย มี EBITDA 800 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ 778 ล้านบาท หรือขาดทุนสุทธิ 0.03 บาทต่อหุ้น เทียบกับไตรมาส 4/2555 ที่มี EBITDA ติดลบ 2,078 ล้านบาท ผลขาดทุนสุทธิ จำนวน 3,259 ล้านบาท และ ขาดทุนสุทธิ 0.14 บาทต่อหุ้น

ในไตรมาส 1/2556 บริษัทฯได้สร้างสถิติใหม่ของการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนที่ 770 พันตัน ซึ่งคิดเป็นยอดการผลิตสุทธิ 764 พันตัน และมียอดส่งมอบ 707 พันตัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์รายไตรมาส อันเป็นผลจากความต้องการภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นและความมั่นคงในการจัดหาวัตถุดิบจากการเชื่อมโยงธุรกิจเหล็กต้นน้ำ

เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา จะพบว่าผลประกอบการของบริษัทฯ ดีขึ้น จากปริมาณขาย HRC ที่สูงขึ้นและการปรับตัวดีขึ้นของทั้ง HRC Rolling Margin และ Slab Margin แต่งบการเงินรวมยังมีผลขาดทุนอยู่ จากการผลิตของธุรกิจโรงถลุงเหล็กที่ยังต่ำกว่าจุดคุ้มทุน

  •  ธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อน มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 15,626 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์รายไตรมาส ซึ่งเป็นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มพิเศษ (Premium Value Products) ร้อยละ 35 ของยอดขายรวม มีกำไรสุทธิ 868 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 422 ในไตรมาส 4/2555
  •  ธุรกิจโรงถลุงเหล็ก มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 10,819 ล้านบาท จากการขายเหล็กแท่งแบนรวมจำนวน 670 พันตัน โดยจำนวน 237 พันตัน หรือร้อยละ 35 เป็นการขายให้แก่บุคคลภายนอก มีผลขาดทุนสุทธิ 1,775 ล้านบาท
  •  ธุรกิจท่าเรือน้ำลึก มีรายได้จากการให้บริการรวม 115 ล้านบาท ใกล้เคียงไตรมาสก่อนหน้า มีกำไรสุทธิ 46 ล้านบาท
  •  ธุรกิจวิศวกรรมและซ่อมบำรุง มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 224 ล้านบาท คิดเป็นรายได้นอกกลุ่มเอสเอส ไอร้อยละ 60 มีกำไรสุทธิ 17 ล้านบาท
  •  ธุรกิจเหล็กแผ่นรีดเย็น มีรายได้จากการขายรวม 3,254 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 125 ล้านบาท

นายวิน วิริยประไพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสเอสไอ กล่าวว่า "ในไตรมาส 1/2556 กลุ่มบริษัทเอสเอสไอพลิกสถานการณ์กลับมาด้วย EBITDA ที่เป็นบวก 800 ล้านบาท หลังจากที่ EBITDA ติดลบติดต่อกันมา 7 ไตรมาส นอกจากนี้ เรายังทำสถิติสูงสุดในสามด้านด้วยกัน นั่นคือ รายได้รวมของกลุ่มบริษัทสูงสุด ปริมาณขายสูงสุดและปริมาณการผลิตสูงสุดในธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อน ผลงานอันโดดเด่นนี้เป็นการพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งถึงผลประโยชน์จากวิสัยทัศน์ของเราในการเชื่อมโยงธุรกิจต้นน้ำ จะเห็นได้ว่าด้วยการใช้กำลังการผลิตเพียงแค่ ร้อยละ 76 สำหรับทรัพย์สินในประเทศไทย และร้อยละ 70 สำหรับทรัพย์สินที่ประเทศอังกฤษ เรายังมีโอกาสปรับปรุงเพื่อผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นได้อีกมาก เราอยู่ไม่ไกลจากขนาดธุรกิจที่จะคุ้มทุนและการสร้างผลกำไร

สำหรับแนวโน้มระยะสั้นในไตรมาส 2/2556 เรามองเห็นปัจจัยลบจากสภาวะตลาดเหล็กชะลอตัวจากผลกระทบของวันหยุดสงกรานต์ในประเทศไทยและการอ่อนตัวลงของราคาเหล็กโลก ในขณะเดียวกันก็มองเห็นปัจจัยบวกจากราคาวัตถุดิบที่อ่อนตัวลงเช่นเดียวกัน และผลผลิตของธุรกิจโรงถลุงเหล็กที่ดีขึ้น การเริ่มใช้งาน PCI ที่โรงถลุงเหล็กจะเป็นก้าวสำคัญ ที่จะทำให้ต้นทุนพลังงานลดลงและมีผลผลิตที่สูงขึ้นต่อไป สำหรับแนวโน้มระยะยาวนั้น เรายังคงมองเห็นความต้องการผลิตภัณฑ์ของเราในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นจากการเติบโตอย่างมั่นคงทางเศรษฐกิจ รวมถึงการขยายตัวของหัวเมืองใหญ่และการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศอย่างต่อเนื่อง อีกประเด็นที่น่าสนใจก็คืออุปทานของสินแร่เหล็กในขณะนี้อยู่ในทิศทางที่เอื้อต่อผู้ผลิตเหล็ก ซึ่งจะนำไปสู่อัตรากำไรที่ดีขึ้น"

สามารถสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ssi-steel.com/en/investor-relations/ir-home.php

เอสเอสไอบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการปรับปรุงระยะเวลาการชำระคืนเงินกู้

ssisubmit-1-big

นายวิน วิริยประไพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2556 บริษัทฯ ได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการปรับปรุงระยะเวลาการชำระคืนเงินกู้ของบริษัทฯ กับเจ้าหนี้สถาบันการเงินระยะสั้นและระยะยาวทุกรายทั้งหมดจำนวน 8 ราย โดยเจ้าหนี้สถาบันการเงินทุกรายได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงระหว่างเจ้าหนี้ (Intercreditor Memorandum of Understanding) กับบริษัทฯ และเจ้าหนี้สถาบันการเงินระยะสั้นของบริษัทฯ ทั้งหมดจำนวน 5 ราย ได้ลงนามในสัญญาปรับปรุงระยะเวลาการชำระคืนเงินกู้ (Loan Rescheduling Agreement) เรียบร้อยแล้ว

สาระสำคัญของการปรับปรุงระยะเวลาการชำระคืนเงินกู้

1เจ้าหนี้สถาบันการเงินระยะสั้น จำนวน 5 ราย คิดเป็นมูลหนี้รวมประมาณ 4,486.37 ล้านบาท ตกลงที่จะเปลี่ยนสถานะวงเงินกู้จากเงินกู้ยืมเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เป็นเงินกู้ยืมระยะยาวอายุ 3 ปี แบบทยอยชำระคืนเงินต้น โดยจะชำระเป็นรายไตรมาส เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2556 และสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2558 ในจำนวนเจ้าหนี้สถาบันการเงินระยะสั้น 5 รายนี้มี 2 ราย ซึ่งได้ดำเนินการทางกฎหมายกับบริษัทฯ ยุติการดำเนินการดังกล่าวแล้ว

2เจ้าหนี้สถาบันการเงินระยะยาว จำนวน 3 ราย คิดเป็นมูลหนี้รวมประมาณ 10,214.82 ล้านบาท ตกลงที่จะขยายระยะเวลาการชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมระยะยาวออกไป โดยมูลหนี้ส่วนที่หนึ่งประมาณ 6,105.63 ล้านบาท ขยายระยะเวลาการชำระคืนจากเดิมสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2561 เป็นเดือนมีนาคม 2564 และมูลหนี้ส่วนที่สองประมาณ 4,109.19 ล้านบาท ขยายระยะเวลาการชำระคืนจากเดิมสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2561 เป็นเดือนมีนาคม 2563

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการจัดโครงสร้างทางการเงินแบบเบ็ดเสร็จ (Comprehensive Financial Plan) ของบริษัทฯ เพื่อให้บริษัทฯ มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสภาพคล่องได้ดียิ่งขึ้น

ติดต่อเอสเอสไอ (สำนักงานกรุงเทพฯ)

ติดต่อเอสเอสไอ (สำนักงานโรงงาน)

เชื่อมต่อกับเรา

We're on Social Networks. Follow us & get in touch.