Sahaviriya Steel Industries PLC

ข่าวประชาสัมพันธ์องค์กร

บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน)

รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน ปี 2557

  • รายได้จากการขายและบริการกลุ่มรวม 14,014 ล้านบาท ปริมาณขายเหล็กรวม 711 พันตัน
  • ไตรมาส 3 กำไรสุทธิ (งบเดี่ยว) 36 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ (งบรวม)  547  ล้านบาท
  • งวด 9 เดือน
  • ไตรมาส 3 EBITDA (งบเดี่ยว) 581 ล้านบาท EBITDA กลุ่ม (งบรวม)  866
  • EBITDA รายไตรมาสของธุรกิจโรงถลุงเหล็กเป็นบวกครั้งแรก 339 ล้านบาทนับตั้งแต่เริ่มผลิตเหล็กแท่งแบนในไตรมาส 2/2555

 

บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 3/2557 และผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน ปี 2557 ดังนี้ 

ไตรมาส 3/2557

งบการเงินเฉพาะบริษัท – บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 7,845 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 9  จากไตรมาสก่อน) โดยมีปริมาณขายเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน 355 พันตัน (ลดลงร้อยละ 8 จากไตรมาสก่อน และ ลดลงร้อยละ 40 จากงวดเดียวกันปีก่อน) โดยเป็นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มพิเศษ (Premium Value Products) ร้อยละ 34 ของปริมาณขายรวม  EBITDA  581 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 1 จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 32 จากงวดเดียวกันปีก่อน)   และมีกำไรสุทธิ 36 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 35 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 114 จากงวดเดียวกันปีก่อน)

งบการเงินรวม – บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 14,014 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 22 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 17 จากงวดเดียวกันของปีก่อน) จากปริมาณขายเหล็กรวมสูงถึง  711 พันตัน Group EBITDA 866 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจาก 0.3 ล้านบาทในไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ165 จากงวดเดียวกันปีก่อน)   มีผลขาดทุนสุทธิ 547 ล้านบาท (ผลประกอบการโดยรวมดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และงวดเดียวกันปีก่อน เนื่องจากส่วนต่างระหว่างราคาขาย และวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น)   

งวด 9 เดือน ปี 2557

งบการเงินเฉพาะบริษัท – บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 26,616 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 27 จากงวดเดียวกันของปีก่อน) โดยมีปริมาณขายเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน  1,201  พันตัน (ลดลงร้อยละ 30 จากงวดเดียวกันปีก่อน) โดยเป็นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มพิเศษ (Premium Value Products) ร้อยละ 38 ของปริมาณขายรวม  EBITDA  2,128 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 5 จากงวดเดียวกันปีก่อน)   และมีกำไรสุทธิ  410 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 204 จากงวดเดียวกันปีก่อน)

งบการเงินรวม – บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 51,076 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากงวดเดียวกันของปีก่อน) จากปริมาณขายเหล็กรวมสูงถึง 2,561 พันตัน Group EBITDA 942 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 166 จากงวดเดียวกันปีก่อน)   มีผลขาดทุนสุทธิ 3,351 ล้านบาท (ขาดทุนน้อยลงร้อยละ 19 จากงวดเดียวกันปีก่อน)   

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3/2557 ของบริษัทย่อยและกิจการที่ควบคุมร่วมกัน มีดังต่อไปนี้

  • ธุรกิจโรงถลุงเหล็ก
  • ธุรกิจท่าเรือ มีรายได้จากการให้บริการรวม 78 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 32 จากไตรมาสก่อน แต่ลดลงร้อยละ 18 จากงวดเดียวกันปีก่อน) มีกำไรสุทธิ 24 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 278 จากไตรมาสก่อน แต่ลดลงร้อยละ 34 จากงวดเดียวกันปีก่อน)
  • ธุรกิจวิศวกรรม มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 199 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 13 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 8 จากงวดเดียวกันปีก่อน) เป็นรายได้นอกกลุ่มร้อยละ 69 และขาดทุนสุทธิ 76  ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 138 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ1033 จากงวดเดียวกันปีก่อน)
  • ธุรกิจเหล็กแผ่นรีดเย็น7 จากงวดเดียวกันปีก่อน) กำไรสุทธิ 33 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 476 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 241 จากงวดเดียวกันปีก่อน)

 

นายวิน วิริยประไพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสเอสไอกล่าวว่า  “ความพยายามของเราที่จะพลิกฟื้นสถานการณ์ธุรกิจยังส่งผลดีขึ้น ในด้านงบการเงินรวมของกลุ่มนั้น จากที่เรามี EBITDA เป็นบวกเล็กน้อยในสองไตรมาสแรกของปี ในไตรมาสสามนี้เรามี EBITDA เป็นบวกถึง 866 ล้านบาท

ธุรกิจโรงถลุงเหล็ก จากที่สามารถพลิกสถานการณ์มามี EBITDA เป็นบวกครั้งแรกในเดือนมิถุนายน  เรามี EBITDA เป็นบวกในไตรมาส 3/2557 เป็นไตรมาสแรก 339 ล้านบาท ในขณะที่ราคาขายเฉลี่ยเหล็กแท่งปรับตัวลดลงร้อยละ 3  เมื่อเทียบกับ   ไตรมาสก่อน เราได้ส่วนต่างราคาเหล็กแท่งแบน (Slab Spread) เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งราคาวัตถุดิบลดลง และ ความสามารถของเราในการปรับสูตรการใช้วัตถุดิบ และในขณะที่ความต้องการเหล็กแท่งแบนทั่วโลกยังคงสูงตลอดไตรมาส เราจำหน่ายเหล็กแท่งแบนให้กับบุคคลภายนอกร้อยละ 52 เนื่องจากมีการใช้ภายในกลุ่มสูงขึ้น ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น ร้อยละ 5 เป็น 705 พันตัน ซึ่งทำให้ต้นทุนเราลดลง

ธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อน ยอดขายลดลงจากไตรมาสก่อนร้อยละ 9 เนื่องจากความต้องการเหล็กในประเทศยังไม่ฟื้นตามที่คาดไว้หลังจากภาวะการเมืองเริ่มคลี่คลาย อย่างไรก็ตามเราประสบความสำเร็จด้านส่วนต่างราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน (HRC Spread) ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 ทำให้เรามีผลกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 36 ล้านบาทในไตรมาสนี้แม้ว่าปริมาณขายจะลดลงก็ตาม”

เรายังคงดำเนินกลยุทธ์สองทาง ทั้งในส่วนของการสร้างสรรค์นวัตกรรมและบูรณาการธุรกิจต่างๆของเราโดยมีโครงการต่างๆที่น่าสนใจที่จะเสร็จในไตรมาสสุดท้ายของปีและอยู่ในแผนงานของปีหน้า เรากำลังพัฒนาแผนงานต่อเนื่องสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มพิเศษ (Premium Value Products) ใหม่ ๆ ซึ่งจะทำให้ยอดขายเราเติบโตในปีต่อๆไป นอกจากนี้ แผนการเพิ่มมูลค่าธุรกิจกำลังถูกขับเคลื่อนและเกิดผลโดยผ่านโครงการ AAA Projects ซึ่งเป็นโครงการที่มีผลตอบแทนสูงต่างๆที่เรากำลังพัฒนาและจะทยอยเสร็จในระยะสั้นและระยะกลาง ขณะนี้สถานการณ์ธุรกิจได้พลิกกลับมา และมีแนวโน้มในการทำกำไรได้สูงขึ้น เราต้องทวีความพยายามเพิ่มขึ้นในการบูรณาการธุรกิจในกลุ่มให้ดีที่สุด เช่น การเป็นเลิศในเชิงปฏิบัติการ รวมทั้งการแบ่งปันและพัฒนาบุคลากรในด้านต่างๆทั่วทั้งกลุ่ม”

“เรามองแนวโน้มตลาดระยะสั้นยังคงอ่อนตัว แม้ว่าการเมืองในประเทศจะมีเสถียรภาพจากการบริหารโดยรัฐบาลใหม่  เศรษฐกิจภายในประเทศยังคงซบเซา เราคาดว่าความต้องการเหล็กในประเทศจะยังคงอ่อนตัวในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า ก่อนที่โครงการด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลจะเริ่มส่งผลและแปลงไปสู่ความต้องการเหล็กที่มากขึ้น ในระดับโลก มีหลายแรงต้านทานทั้งจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีน และความตึงเครียดทางการเมืองในส่วนต่างๆของโลก กำลังการผลิตเหล็กของจีนที่ล้นเกินความต้องการยังคงเป็นปัญหาใหญ่สุด การส่งออกเหล็กของจีนรายเดือนไปแตะจุดสูงสุดและกดดันความเชื่อมั่นของตลาดเหล็กโลก ข่าวดีก็คือราคาแร่เหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของเรายังคงมีแนวโน้มลดลงอันเนื่องมาจากมีอุปทานมาก ดังนั้นเราจะยังคงสามารถรักษาส่วนต่างราคาที่เหมาะสม เราคาดว่ายอดขายในธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อนจะอ่อนตัวลงในไตรมาสที่ 4 ปีก่อนที่จะเพิ่มขึ้นในปี 2015 ในขณะที่ธุรกิจโรงถลุงเหล็กยังคงมีทิศทางที่ดีในแง่ของผลดำเนินงานด้านธุรกิจ” นายวินกล่าว

5 บริษัทเหล็กรวมพลังจัด "ฅนเหล็กมินิมาราธอน 2557" มอบเงินรายได้ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส

450mini2014

ผู้บริหารกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กประกอบด้วย นายวิน วิริยประไพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) (SSI) Mr. Mitsuo Yasuhisa กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน) (TCRSS) นายสมเกียรติ ปินตาธรรม ประธานบริษัท เอ็นเอส  บลูสโคป  (ประเทศไทย)  จำกัด  (NS  Blue Scope) Mr. Hiroaki Sato กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามยูไนเต็ดสตีล (1995) จำกัด (SUS) และ Mr. Akihiko Ota ประธานบริษัท นิปปอน สตีล แอนด์ ซูมิคิน กัลวาไนซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (NSGT) ในฐานะองค์กรร่วมจัดการแข่งขันเดิน-วิ่งการกุศล “ฅนเหล็กมินิมาราธอน ครั้งที่ 7” โดยได้รับเกียรติจาก H.E. Mr. Mark Kent เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยร่วมพิธีมอบเงินรายได้จากการจัดการแข่งขัน โดยไม่หักค่าใช้จ่าย จำนวนกว่า 2.6 ล้านบาท แก่มูลนิธิผู้ดูแล และให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ ณ สวนลุมพินี เมื่อเร็วๆนี้

เครือสหวิริยามอบทุนการศึกษาเยาวชนบางสะพานประจำปี 2557

     เครือสหวิริยา จัดโครงการมอบทุนการศึกษาเครือสหวิริยาประจำปี 2557 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 โดยมอบทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนจาก 21 สถานศึกษาในเขต 4 ตำบลรอบบริเวณที่ตั้งบริษัทในเครือสหวิริยา คือ ต.แม่รำพึง ต.กำเนิดนพคุณ ต.พงศ์ประศาสน์ และต.ธงชัย เพื่อสนับสนุนเยาวชนในท้องถิ่นที่มุ่งมั่นตั้งใจศึกษาแต่มีฐานะยากจนให้มีโอกาสทางการศึกษาอันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตและครอบครัวที่ดีในอนาคต ซึ่งในปี2557 นี้ เครือสหวิริยาได้มอบทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนบางสะพาน จำนวน 199 ทุน มูลค่ารวม 496,000 บาท ประกอบด้วย ทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา-มัธยมศึกษา จำนวน 191 ทุน ทุนการศึกษาต่อเนื่องระดับปริญญาตรีจำนวน 4 ทุน ทุนการศึกษาต่อเนื่องระดับปริญญาตรี ภายใต้ “โครงการครูสร้างเด็ก เหล็กสร้างครู” จำนวน 4 ทุน โดยได้รับเกียรติจากนายสิริวุฒิ เหมทัต รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ โดยมีนายเวรัชช์ ธาราสมบัติ นายอำเภอบางสะพาน พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงานเครือสหวิริยาเข้าร่วมกิจกรรม


     นอกเหนือจากนี้ในปี2557 เครือสหวิริยาได้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานบริษัทในเครือสหวิริยา ในการร่วมสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนบางสะพานด้วยการสนับสนุนทุนการศึกษาเพิ่มเติมจากส่วนของบริษัท ภายใต้ กิจกรรม “ทุนนี้..เพื่อน้อง” ซึ่งในปีนี้มีพนักงานบริษัทในเครือสหวิริยาแจ้งความจำนงสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนบางสะพานจำนวน 36 ทุน รวมมูลค่า 40,500 บาท

โรงเรียนบางสะพานแผนพัฒนาคว้าทุน 1.2 ล้านบาท กองทุนสหวิริยาร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาบางสะพาน รุ่น 3

คณะกรรมการโครงการกองทุนสหวิริยาร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาบางสะพาน ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต1 (สพป.ปข.1) พิจารณาตัดสินแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ระยะ 3 ปี หลังสถานศึกษาในเขตอำเภอบางสะพานผ่านการคัดเลือกรอบแรกจำนวน 9 แห่ง โดยโรงเรียนบางสะพานได้รับเลือกให้รับทุนสนับสนุนต่อเนื่องจากเครือสหวิริยาภายใต้ “โครงการกองทุนสหวิริยาร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาบางสะพาน 2557 (รุ่นที่ 3)” มูลค่ารวม 1.2 ล้านบาทโดยแบ่งออกเป็นจำนวน 3 งวด ตามสัดส่วน 50:25:25 ซึ่งจะมีการติดตามผลและประเมินผลการดำเนินงานทุกปีการศึกษา ตลอดระยะเวลา 3 ปี เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาอำเภอบางสะพานสู่ความเป็นเลิศทางการศึกษาตามแนวทางการพัฒนาบนวิถีแห่งความยั่งยืน            

บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2557 และงวดครึ่งปี 2557

  •  รายได้จากการขายและบริการกลุ่มรวม 18,051 ล้านบาท ปริมาณขายเหล็กรวม 902 พันตัน
  •  ไตรมาส 2 กำไรสุทธิ (งบเดี่ยว) 27 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ (งบรวม) 1,406 ล้านบาท
  •  งวด 6 เดือน กำไรสุทธิ(งบเดี่ยว)374 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ (งบรวม) 2,803 ล้านบาท
  •  ธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อนยอดขายผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มพิเศษ ร้อยละ 42
  •  ธุรกิจโรงถลุงเหล็กขาดทุนสุทธิ 1,374 ล้านบาท EBITDA เดือนมิย.เป็นบวกครั้งแรกตั้งแต่เริ่มดำเนินการปี 2554
  • บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2/2557 และผลการดำเนินงานงวด 6 เดือน ปี 2557 ดังนี้

     ไตรมาส 2/2557

    งบการเงินเฉพาะบริษัท – บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 8,602 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 15  จากไตรมาสก่อน และใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่อน) โดยมีปริมาณขายเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน 384 พันตัน (ลดลงร้อยละ 17 จากไตรมาสก่อน และ ลดลงร้อยละ 6 จากงวดเดียวกันปีก่อน) โดยเป็นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มพิเศษ (Premium Value Products) ร้อยละ 42 ของปริมาณขายรวม  EBITDA  586 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 39 จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 198 จากงวดเดียวกันปีก่อน)   และมีกำไรสุทธิ 27 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 92 จากไตรมาสก่อนแต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 106 จากงวดเดียวกันปีก่อน)

     งบการเงินรวม – บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 18,051 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 5 จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 44 จากงวดเดียวกันของปีก่อน) จากปริมาณขายเหล็กรวมสูงถึง  902  พันตัน Group EBITDA 0.3 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 100 จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 100 จากงวดเดียวกันปีก่อน)   มีผลขาดทุนสุทธิ 1,406 ล้านบาท (ขาดทุนใกล้เคียงไตรมาสก่อน และขาดทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 202 จากงวดเดียวกันปีก่อน)

    งวด 6 เดือน ปี 2557

    งบการเงินเฉพาะบริษัท – บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 18,772 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 23 จากงวดเดียวกันของปีก่อน) โดยมีปริมาณขายเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน  846  พันตัน (ลดลงร้อยละ 24  จากงวดเดียวกันปีก่อน) โดยเป็นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มพิเศษ (Premium Value Products) ร้อยละ 40 ของปริมาณขายรวม  EBITDA  1,548  ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 14 จากงวดเดียวกันปีก่อน)   และมีกำไรสุทธิ  374 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 5 จากงวดเดียวกันปีก่อน)

    งบการเงินรวม – บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 37,062 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 จากงวดเดียวกันของปีก่อน) จากปริมาณขายเหล็กรวมสูงถึง 1,850 พันตัน Group EBITDA 76 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 187 จากงวดเดียวกันปีก่อน) มีผลขาดทุนสุทธิ 2,803 ล้านบาท (ขาดทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 126 จากงวดเดียวกันปีก่อน) 

    สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2/2557 ของบริษัทย่อยและกิจการที่ควบคุมร่วมกัน มีดังต่อไปนี้

    • ธุรกิจโรงถลุงเหล็ก มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 11,309 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 10 จากไตรมาสก่อน และร้อยละ 4 จากงวดเดียวกันปีก่อน) EBITDA ติดลบ 531 ล้านบาท (ติดลบน้อยลงร้อยละ 40 จากไตรมาสก่อน และร้อยละ 50 จากงวดเดียวกันปีก่อน) มีผลขาดทุนสุทธิ 1,347 ล้านบาท(ขาดทุนลดลงร้อยละ 21จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 2,237 จากงวดเดียวกันปีก่อน)

    • ธุรกิจท่าเรือ มีรายได้จากการให้บริการรวม 59 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 12 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 42 จากงวดเดียวกันปีก่อน) มีกำไรสุทธิ 6 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 52 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 84 จากงวดเดียวกันปีก่อน)

    • ธุรกิจวิศวกรรม มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 229 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากไตรมาสก่อน แต่ลดลงร้อยละ4จากงวดเดียวกันปีก่อน) เป็นรายได้นอกกลุ่มร้อยละ 79 และขาดทุนสุทธิ 32 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 1,963 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 358 จากงวดเดียวกันปีก่อน)

    • ธุรกิจเหล็กแผ่นรีดเย็น มีรายได้จากการขายรวม 3,143 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากไตรมาสก่อน และร้อยละ 12 จากงวดเดียวกันปีก่อน) กำไรสุทธิ 6 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 105 จากไตรมาสก่อน แต่ลดลงร้อยละ 89 จากงวดเดียวกันปีก่อน)

     

    นายวิน วิริยประไพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสเอสไอกล่าวว่า “ความสำเร็จสำคัญของเราในไตรมาส 2/2557 คือ มี EBITDA เป็นบวกสำหรับธุรกิจโรงถลุงเหล็กในเดือนมิถุนายนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่เราได้เข้าซื้อทรัพย์สินโรงถลุงเหล็กในปี 2554 ซึ่งนับเป็นจุดพลิกสถานการณ์ของธุรกิจนี้ ในส่วนของงบการเงินรวม EBITDA ของกลุ่มเป็นบวกเช่นกัน แม้ว่าไม่มากแต่เป็นบวกสองไตรมาสติดต่อกัน ทั้งๆที่รายได้ของธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อนลดลงเนื่องจากได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย

    ธุรกิจโรงถลุงเหล็ก เราสามารถลดการขาดทุน EBITDA ได้ลงเกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนจากการปรับปรุงธุรกิจอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยเหล็กแท่งแบนยังคงทรงตัวแต่เรามีส่วนต่างราคา (Slab Spread) ที่สูงขึ้นร้อยละ 32 เนื่องจากราคาแร่เหล็กและถ่านหินตกต่ำลงและการที่เราสามารถปรับสูตรการใช้วัตถุดิบเพื่อสร้างความได้เปรียบจากสถานการณ์นี้ ขณะที่ความต้องการเหล็กแท่งของโลกขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกนั้น เราประสบความสำเร็จในการขายเหล็กแท่งแก่บุคคลภายนอกเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 คิดเป็นปริมาณขายเหล็กแท่งถึง 517 พันตันหรือร้อยละ 80 ของยอดขายรวม เป็นยอดรายไตรมาสสูงสุดของเรา และมียอดส่งออกไปตลาดอเมริกาเหนือร้อยละ42 ซึ่งเน้นย้ำให้เห็นความแข็งแกร่งของปัจจัยแวดล้อมและพื้นฐานธุรกิจ รวมถึงโอกาสสำหรับธุรกิจนี้ของเรา

    ธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อน แม้ผลกระทบต่อเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองของไทยทำให้ปริมาณการขายเหล็กแผ่นรีดร้อนลดลงร้อยละ 17 และค่าการรีด (HRC Spread) ลดลงร้อยละ 6 เรายังคงบริหารจัดการให้มีผลกำไรสุทธิซึ่งเป็นที่น่าพอใจในขณะที่ปริมาณการขายอยู่ในระดับที่ต่ำผิดปกติ

    ในด้านการปฏิบัติการนั้น เรายังคงดำเนินกลยุทธ์สองทาง ประการแรกคือการสร้างสรรค์นวัตกรรมและส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าของเรา ประการที่สองคือบูรณาการธุรกิจต่างๆของเราเพื่อให้บรรลุความเป็นเลิศทางด้านปฏิบัติการ การสร้างผลประโยชน์ร่วม การเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง การดำเนินโครงการและการปรับปรุงธุรกิจ สำหรับโครงการ AAA Projects เรากำลังพัฒนาและดำเนินการหลายโครงการที่น่าสนใจและมีผลตอบแทนรวดเร็ว ทำให้มีแผนต่อเนื่องที่จะเพิ่มมูลค่าของธุรกิจทั้งในระยะสั้นและระยะกลางด้วย”

    “เราเห็นแนวโน้มข้างหน้าเป็นบวก สถานการณ์ทางการเมืองไทยได้กลับคืนสู่ความสงบหลังจากการทำรัฐประหาร วันที่ 22 พฤษภาคม กิจกรรมการก่อสร้างและภาคอุตสาหกรรมฟื้นตัวตามความเชื่อมั่นเศรษฐกิจโดยภาพรวมที่ดีขึ้น รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามามีการส่งสัญญาณให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจเป็นอันดับแรกและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นนโยบายหลัก ซึ่งจะนำไปสู่​​ความต้องการใช้เหล็กที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายปีข้างหน้า ยอดขายของธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อน จะเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 จากยอดขายที่ต่ำในไตรมาส 2 และจะเพิ่มต่อไปอีกในไตรมาสที่ 4 และปี 2558 ในระดับโลกนั้นความหวาดกลัวต่อปัญหาเศรษฐกิจจีนดูเหมือนจะลดลง และ สหรัฐอเมริกายังคงเป็นผู้นำการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะส่งเสริมปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจโรงถลุงเหล็กของเรา ในขณะที่แนวโน้มสถานการณ์ในยูเครนยังไม่คลี่คลายและมีการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียมากขึ้น เราได้ดำเนินการลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว ซึ่งคาดว่าจะเกิดผลกระทบทางลบน้อย นอกจากนี้เรายังคาดว่าส่วนต่างราคาเหล็ก (metal spread)โดยรวมจะยังคงดีจากสถานการณ์วัตถุดิบล้นตลาดอีกด้วย” นายวินกล่าว

     

    บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2557

     

    11-2-big

     

     

    • ปริมาณขายเหล็กรวมรายไตรมาส 948 พันตัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์รายไตรมาส
    • รายได้จากการขายและให้บริการรายไตรมาสรวม 19,011 ล้านบาท สูงสุดเป็นอันดับ 2 รองจากไตรมาส 1/2556
    • งบการเงินรวมขาดทุน 1,397 ล้านบาท ขาดทุนลดลงร้อยละ 52 จากไตรมาส4/2556 EBITDA พลิกเป็นบวก 75 ล้านบาท
    • ธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อนมีกำไร 347 ล้านบาท ยอดขายผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มพิเศษ ร้อยละ 38
    • ธุรกิจโรงถลุงเหล็กขาดทุน 1,701 ล้านบาท ยอดขายเหล็กแท่งแบนลูกค้าภายนอก 486 พันตันสูงสุดเป็นประวัติการณ์

    บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1/2557 ดังนี้

    งบการเงินเฉพาะบริษัท บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 10,170 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 จากไตรมาสก่อน แต่ลดลงร้อยละ 35 จากงวดเดียวกันของปีก่อน) โดยมีปริมาณขายเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน 462 พันตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากไตรมาสก่อน และ ลดลงร้อยละ 35 จากงวดเดียวกันปีก่อน) โดยเป็นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มพิเศษ (Premium Value Products) ร้อยละ 38 ของปริมาณขายรวม  EBITDA 962 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 31จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 40 จากงวดเดียวกันปีก่อน)   และมีกำไรสุทธิ 347 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 363 จากไตรมาส 4/2556 และลดลงร้อยละ 60 จากงวดเดียวกันปีก่อน)

    งบการเงินรวม บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 19,011 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 5 จากงวดเดียวกันของปีก่อน) สูงเป็นอันดับสองรองจากไตรมาส 1/2556 จากปริมาณขายเหล็กรวมสูงถึง 948 พันตัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์รายไตรมาส Group EBITDA 75 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 105 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 91 จากงวดเดียวกันปีก่อน)   มีผลขาดทุนสุทธิ 1,397 ล้านบาท (ขาดทุนลดลงร้อยละ 52 จากไตรมาสก่อน และขาดทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 80 จากงวดเดียวกันปีก่อน)   

    สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1/2557 ของบริษัทย่อยและกิจการที่ควบคุมร่วมกัน มีดังต่อไปนี้

    • ธุรกิจโรงถลุงเหล็ก  มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 12,513 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากไตรมาสก่อน และร้อยละ 16 จากงวดเดียวกันปีก่อน) EBITDA ติดลบ 883 ล้านบาท (ติดลบน้อยลงร้อยละ 53 จากไตรมาสก่อน และร้อยละ 9 จากงวดเดียวกันปีก่อน) มีผลขาดทุนสุทธิ 1,701 ล้านบาท(ขาดทุนลดลงร้อยละ 38 จากไตรมาสก่อน และร้อยละ 4 จากงวดเดียวกันปีก่อน)
    • ธุรกิจท่าเรือ มีรายได้จากการให้บริการรวม 67 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 17 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 42 จากงวดเดียวกันปีก่อน) มีกำไรสุทธิ 13 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 57 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 71 จากงวดเดียวกันปีก่อน)
    • ธุรกิจวิศวกรรม มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 214 7 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 4 จากงวดเดียวกันปีก่อน) เป็นรายได้นอกกลุ่มร้อยละ 56 และมีกำไรสุทธิ 1.7 86  จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 90 จากงวดเดียวกันปีก่อน)
    • ธุรกิจเหล็กแผ่นรีดเย็น  มีรายได้จากการขายรวม 2,812 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 12 จากงวดเดียวกันปีก่อน) ขาดทุนสุทธิ 109 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 2,548 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 187 จากงวดเดียวกันปีก่อน)

    นายวิน วิริยประไพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสเอสไอ กล่าวว่า ในไตรมาสที่ 1/2557 เราประสบความสำเร็จใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ EBITDA กลุ่มกลับมาเป็นบวก 75 ล้านบาท หลังจากติดลบมา 3 ไตรมาส ยอดขายรวมของกลุ่มสูงสุด 948 ล้านตัน และยอดขายเหล็กแท่งแบนให้แก่บุคคลภายนอกสูงสุด 486 พันตัน 

     

    ธุรกิจโรงถลุงเหล็กมี EBITDA ติดลบลดลงกว่าครึ่งจากไตรมาสก่อน หลังจากความพยายามในการลดต้นทุนในด้านต่างๆของเราเริ่มปรากฏให้เห็นผล เราประสบความสำเร็จในด้านส่วนต่างของราคา (Slab Spread) ที่สูงขึ้นร้อยละ 36 จากความแข็งแกร่งของตลาดเหล็กแท่งในโลก ซึ่งได้แรงผลักดันจากความต้องการในตลาดอเมริกาเหนือ และภาวะวัตถุดิบล้นตลาด เรามียอดขายเหล็กแท่งแบนให้แก่บุคคลภายนอกเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 31

     

    ธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อน ถึงแม้ว่ายังคงเผชิญปัญหาสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศส่งผลให้ยอดขายลดลงร้อยละ 25 ต่ำกว่าระดับการขายปกติ แต่ในไตรมาสที่ผ่านมาเราสามารถเพิ่มยอดขายเติบโตขึ้นร้อยละ 9 เพิ่มค่าการรีด (HRC Spread) ขึ้นร้อยละ 4 และเพิ่ม EBITDA ขึ้นร้อยละ 31

     

    อย่างที่ผมเคยกล่าวมาก่อนหน้านี้ว่า เราต้องมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางด้านปฏิบัติการและขยายปริมาณการผลิตของเราให้สูงขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับขนาดธุรกิจของเราที่มีขนาดใหญ่ขึ้นถึงสองเท่าตัวหลังจากการเชื่อมโยงธุรกิจต้นน้ำ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการประหยัดจากขนาด ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ต้นทุนลดลง  เราเริ่มเห็นประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้แล้วในปัจจุบัน เป้าหมายต่อไปของเราคือการบรรลุถึงปริมาณขาย 1 ล้านตันต่อไตรมาส ซึ่งจะทำให้ผลการดำเนินงานของเราดีขึ้นไปอีก

     

    เรากล่าวได้อย่างมั่นใจว่าธุรกิจของกลุ่มเอสเอสไอได้ผ่านช่วงที่เลวร้ายที่สุดมาแล้ว เรายอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงมาเป็นผู้ผลิตเหล็กครบวงจรในระดับโลกทำให้เราประสบความยากลำบาก แต่เรากำลังพลิกสถานการณ์การกลับมาและมุ่งมั่นที่จะสร้างตัวเลขผลการดำเนินงานที่ดีต่อไป

     

    “สำหรับแนวโน้มของธุรกิจไปข้างหน้า เรายังคงมีความระมัดระวังแต่ก็มองเห็นแนวโน้มในแง่ดี แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองไทยยังคงไม่แน่นอนและมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจจีนและสถานการณ์ในยูเครน เราเห็นตลาดเหล็กทั่วโลกปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและตลาดวัตถุดิบที่จะล้นตลาดมากขึ้น ซึ่งหมายความว่ายอดขายธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อนของเราจะทรงตัวคงอยู่ในระดับต่ำในช่วงนี้ ในขณะที่ยอดขายของธุรกิจโรงถลุงเหล็กจะเติบโต และส่วนต่างราคาโดยรวมดีขึ้น เราจะยังคงเดินหน้าสร้างความเป็นเลิศด้านปฏิบัติการและมุ่งเน้นการสร้างแผนต่อเนื่องของโครงการต่างๆที่จะเพิ่มมูลค่าของธุรกิจ ผ่านโครงการ AAA Projects ในขณะที่ในช่วงนี้เราเริ่มได้รับผลประโยชน์แล้วจากโครงการ AAA Projects แรก ๆ ของเราที่ได้ลงมือไปนายวินกล่าว

    เอสเอสไอจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 25 

    25th Annual General Meeting

    บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอจัดให้มีการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 25 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ไทยซีซีทาวเวอร์ กรุงเทพ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2557 โดยมีนายวิทย์ วิริยประไพกิจ ประธานกรรมการ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะกรรมการ คณะผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นของบริษัทเข้าร่วมประชุม ที่ประชุมได้รับรองผลการดำเนินงานประจำปี 2556 และนายวิน วิริยประไพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม และกรรมการผู้จัดการใหญ่ได้รายงานผลงานด้านธุรกิจรวมถึงกลยุทธในการดำเนินธุรกิจโดยมุ่งเน้นการสร้างความเป็นเลิศทางด้านปฏิบัติการ และสร้างโอกาสในการเติบโตจากฐานธุรกิจ

     

    ติดต่อเอสเอสไอ (สำนักงานกรุงเทพฯ)

    ติดต่อเอสเอสไอ (สำนักงานโรงงาน)

    เชื่อมต่อกับเรา

    We're on Social Networks. Follow us & get in touch.