Sahaviriya Steel Industries PLC

ข่าวประชาสัมพันธ์องค์กร

SSI จับมือ TBCSD แสดงความมุ่งมั่นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

TBCSD-2

นายนาวา จันทนสุรคน (ด้านขวา) เจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม สำนักกิจการสาธารณะกลุ่ม บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ พร้อมด้วยนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ (กลาง) ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) และศาสตราจารย์ ดร. ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยร่วมแถลงข่าวและแสดงความมุ่งมั่นเพื่อผลักดันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรสมาชิก TBCSD ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม A โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2559
การแสดงความมุ่งมั่นขององค์กรธุรกิจดังกล่าวจัดขึ้นโดยองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

 

 

เอสเอสไอทำความสะอาดหาดแม่รำพึงวันสิ่งแวดล้อมโลก 2559

รกษชายหาด2

นายมนินทร์ อินทร์พรหม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ นำคณะผู้บริหาร พนักงานกลุ่มเอสเอสไอ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลแม่รำพึง ประชาชน และนักเรียนในพื้นที่อำเภอบางสะพาน จำนวน 527 คน ร่วมกิจกรรมเอสเอสไอ…รักษ์ชายหาด ปีที่ 8 โดยร่วมกันทำความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาดแม่รำพึงรวมกว่า 3 กิโลเมตร เพื่อรณรงค์และปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในวันสิ่งแวดล้อมโลก โดยมีนายถวิล ฉันทาวรานุรักษ์ นายอำเภอบางสะพานให้เกียรติเป็นประธานเปิดกิจกรรม ณ ชายหาดแม่รำพึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2559

 

เอสเอสไอสนับสนุนจัด "สหวิริยากรุงเทพไตรกีฬา 2559" เทิดพระเกียรติ

 

นายวิน วิริยประไพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ ลงนามสัญญาเป็นผู้สนับสนุนหลัก (Title Sponsor) การจัดการแข่งขัน "สหวิริยากรุงเทพไตรกีฬาปี 2559" (Sahaviriya Bangkok Triathlon 2016) กับดร. ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ ประธานกรรมการจัดงานและผู้แทนมูลนิธิราชประชาสมาสัยในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ ห้องประชุม บมจ.สหวิริยาสตีลอินดัสตรีเมื่อเร็วๆ นี้ โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนำรายได้จากการจัดไปช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเรื้อนและเด็กที่มีบิดามารดาติดเชื้อเอชไอวี

ผู้ว่าฯประจวบฯ เยี่ยมชมโรงงานเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนเอสเอสไอ

visit ssi

ดร.ทวี นริสศิริกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมคณะข้าราชการ เข้าเยี่ยมชมกิจการและชมกระบวนการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน อันทันสมัยของบมจ. สหวิริยาสตีลอินดัสตรี หรือ เอสเอสไอ โดยมี นายมนินทร์ อินทร์พรหม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการผลิต คณะผู้บริหารและทีมงาน ให้การต้อนรับ เมื่อเร็วๆ นี้

CACรับรองเอสเอสไอเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติภาคเอกชนไทยต่อต้านทุจริต

CAC
นายเกริกไกร จีระแพทย์ กรรมการแนวร่วมปฎิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (The Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption หรือ CAC) มอบใบประกาศรับรองฐานะสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต แก่บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ โดย นายณรงค์ฤทธิ์ โชตินุชิตตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่การเงินกลุ่ม เป็นผู้แทนบริษัทรับมอบ โดยเอสเอสไอผ่านกระบวนการประเมินตนเองว่าบริษัทมีนโยบายและมีแนวปฏิบัติ รวมถึงมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นครบถ้วนตามเกณฑ์ที่ CAC กำหนด ณ ห้องบอลรูม โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท

บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน)
รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2558 และงวดปี 2558

• งบการเงินรวมสำหรับปี 2558 ได้ถูกจัดประเภทใหม่เพื่อนำเสนอการดำเนินงานแยกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1) การดำเนินงานต่อเนื่อง ซึ่งไม่รวมขาดทุนการดำเนินงานของส่วนงานที่ยกเลิก (ธุรกิจโรงถลุงเหล็ก SSI UK) และส่วนที่ 2) การดำเนินงานของส่วนงานที่ยกเลิก สำหรับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 ถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2558 ซึ่งแสดงผลขาดทุนการดำเนินงานของส่วนงานที่ยกเลิก (ธุรกิจโรงถลุงเหล็ก SSI UK)
• กลุ่มบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับไตรมาส 4/2558 จำนวน 1,456 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการบันทึกภาระดอกเบี้ยค้างจ่ายในอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระ
• กลุ่มบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับปี 2558 จำนวน 40,840 ล้านบาท ซึ่งจัดทำขึ้นตามเกณฑ์การเลิกกิจการ โดยเป็นผลขาดทุนจากการดำเนินงานของส่วนงานที่ยกเลิก 38,037 ล้านบาท
• ธุรกิจโรงถลุงเหล็ก SSI UK ไม่มีผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2558 เนื่องจากอยู่ระหว่างกระบวนการชำระบัญชี
• ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559

นายวิน วิริยประไพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2558 ว่า "บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 4,128 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 61 QoQ และร้อยละ 71 YoY โดยมีปริมาณขายเหล็กรวม 246 พันตัน จากการ 1) ไม่มีรายได้ของการดำเนินงานของส่วนงานที่ยกเลิก 2) ปริมาณขายและราคาขายที่ลดลงของธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อนตามภาวะราคาเหล็กในตลาดโลกที่ยังลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมถึง 3) ความกังวลของคู่ค้าในช่วงแรกของการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการเกี่ยวกับสถานการณ์ของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิ 1,456 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 96% QoQ and 6% YoY เนื่องจากไม่มีผลขาดทุนจากการดำเนินงานของส่วนงานที่ยกเลิก ในไตรมาส 4/2558"

"ในส่วนผลการดำเนินงานประจำปี 2558 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 20,173 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 39 YoY จาก 1) ไม่นับรวมรายได้ของการดำเนินงานของส่วนงานที่ยกเลิก และ 2) ปริมาณขาย และราคาขายที่ลดลงของธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อน ตามภาวะราคาเหล็กในตลาดโลกซึ่งปรับตัวลดลงอย่างมาก โดยมีปริมาณขายเหล็กรวม 1,126 พันตัน มี EBITDA ติดลบ 37,907 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ 40,840 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลขาดทุนจากการดำเนินงานของส่วนงานที่ยกเลิก 38,037 ล้านบาท"

"ตามที่ได้เคยรายงานก่อนหน้า ขณะนี้บริษัทฯ กำลังเดินหน้าตามกระบวนการฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ และรักษามูลค่าทางธุรกิจของบริษัทฯ ไว้ รวมถึงคงไว้ซึ่งระดับความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ โดยบริษัทฯ ยังคงมีรายได้จากการดำเนินธุรกิจการค้าและมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอสำหรับการผลิตและจำหน่ายสินค้า โดยได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าและคู่ค้าที่ยังมีความเชื่อมั่นในธุรกิจของบริษัทฯ"

"ทั้งนี้ศาลได้กำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการในวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ เราเชื่อมั่นว่า เมื่อศาลมีคำสั่งให้บริษัทฯ ฟื้นฟูกิจการและตั้งผู้ทำแผนแล้ว จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่คู่ค้า ตลอดจนสถาบันการเงินในการที่จะพิจารณาให้การสนับสนุนการดำเนินธุรกิจแก่บริษัทฯมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อสภาพคล่อง ยอดขาย ผลการดำเนินงาน และฐานะทางการเงินของบริษัทฯต่อไป" นายวินกล่าว

บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2558

• ปริมาณขายเหล็กรวม 871 พันตัน
• รายได้จากการขายและให้บริการรวม 11,867 ล้านบาท
• ขาดทุนสุทธิ (งบเดี่ยว) 222 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ (งบรวม) 3,236 ล้านบาท
• มี EBITDA (งบเดี่ยว) 334 ล้านบาท EBITDA กลุ่ม (งบรวม) ติดลบ 1,777 ล้านบาท

บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2558 ดังนี้

          งบการเงินเฉพาะบริษัท – บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 5,252 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 4 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 39 จากงวดเดียวกันปีก่อน) โดยมีปริมาณขายเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน 307 พันตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากไตรมาสก่อน) โดยเป็นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มพิเศษ (Premium Value Products: PVPs) ร้อยละ 44 ของปริมาณขายรวม ซึ่งเป็นสัดส่วนการขาย PVPs สูงสุดเท่าที่เคยมีมา มี EBITDA 334 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ 222 ล้านบาท (โดยผลประกอบการดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 865 ล้านบาทในไตรมาสก่อน แต่ลดลงจากกำไรสุทธิ 27 ล้านบาทในงวดเดียวกันปีก่อน)
          งบการเงินรวม – บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 11,867 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากไตรมาสก่อน จากยอดขายของธุรกิจโรงถลุงเหล็กให้แก่บุคคลภายนอกที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 19 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 34 จากงวดเดียวกันของปีก่อน จากยอดขายของธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อนที่ลดลงร้อยละ 39 จากงวดเดียวกันปีก่อน และยอดขายของธุรกิจโรงถลุงเหล็กให้แก่บุคคลภายนอกที่ลดลงร้อยละ 30 จากงวดเดียวกันปีก่อน) Group EBITDA ติดลบ 1,777 ล้านบาท มีผลขาดทุนสุทธิ 3,236 ล้านบาท (ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากผลขาดทุนสุทธิ 3,026 ล้านบาทจากไตรมาสก่อน และจากผลขาดทุนสุทธิ 1,406 ล้านบาทจากงวดเดียวกันปีก่อน)

          สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2/2558 ของบริษัทย่อยและกิจการที่ควบคุมร่วมกัน มีดังต่อไปนี้
          • ธุรกิจโรงถลุงเหล็ก มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 7,780 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 12 จากไตรมาสก่อน และร้อยละ 31 จากงวดเดียวกันปีก่อน) EBITDA ติดลบ 2,177 ล้านบาท (ติดลบเพิ่มขึ้นจาก EBITDA ติดลบ 1,252 ล้านบาทจากไตรมาสก่อน และจาก EBITDA ติดลบ 531 ล้านบาทจากงวดเดียวกันปีก่อน) มีผลขาดทุนสุทธิ 3,045 ล้านบาท (ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 2,073 ล้านบาทจากไตรมาสก่อน และจากขาดทุนสุทธิ 1,347 ล้านบาทจากงวดเดียวกันปีก่อน)
          • ธุรกิจท่าเรือ มีรายได้จากการให้บริการรวม 67 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 จากงวดเดียวกันปีก่อน) มีกำไรสุทธิ 20 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 106 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 212 จากงวดเดียวกันปีก่อน)
          • ธุรกิจวิศวกรรม มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 167 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากไตรมาสก่อน แต่ลดลงร้อยละ 27 จากงวดเดียวกันของปีก่อน) เป็นรายได้นอกกลุ่มร้อยละ 70 และมีผลกำไรสุทธิ 1 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 115 จากไตรมาสก่อน และผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นร้อยละ 102 จากงวดเดียวกันปีก่อน)
          • ธุรกิจเหล็กแผ่นรีดเย็น มีรายได้จากการขายรวม 2,807 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 7 จากไตรมาสก่อน และร้อยละ 11 จากงวดเดียวกันปีก่อน) มีผลกำไรสุทธิ 61 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 278 และร้อยละ 966 จากงวดเดียวกันปีก่อน)

          นายวิน วิริยประไพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม และกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสเอสไอ กล่าวว่า "แม้ว่า EBITDA ในไตรมาส 2/2558 ติดลบเช่นเดียวกันกับไตรมาส 1/2558 แต่เรื่องราวแตกต่างกันมาก มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อนในไตรมาสที่ 2 นั่นคือปริมาณขายเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 เป็น 307 พันตัน ยอดขายผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มพิเศษ (Premium Value Products: PVPs) บรรลุสัดส่วนการขายสูงสุดร้อยละ 44 และ EBITDA พลิกกลับมาจากติดลบ 38.6 เหรียญสหรัฐต่อตันเป็นบวก 32.4 เหรียญสหรัฐต่อตัน จากการที่เราได้ใช้วัตถุดิบที่มีต้นทุนสูง (จากไตรมาสแรก) ไปเกือบทั้งหมด และเริ่มที่จะใช้วัตถุดิบที่มีต้นทุนถูกลง ในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ เราคาดว่าจะเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและผลตอบแทนในการทำกำไร"

          "สำหรับสภาวะตลาดของธุรกิจโรงถลุงเหล็กยังคงมีความท้าทายอย่างมาก ปริมาณการส่งออกเหล็กของจีนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากปัญหากำลังการผลิตที่ล้นเกินความต้องการอย่างรุนแรง การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ และระบบคืนภาษีส่งออกที่บิดเบือน ได้สร้างปัญหากับอุตสาหกรรมเหล็กทั่วโลก และกดดันอัตรากำไรให้ตกต่ำลงทุกที่ ส่วนต่างราคาได้ลดลงมากกว่าค่าใช้จ่ายที่เราลดลงมาได้อย่างมีนัยสำคัญ ฉะนั้นเรายังคงต้องฝ่าฟันความท้าทายเหล่านี้ไปอีกช่วงหนึ่ง"

          "แม้ว่าอุตสาหกรรมเหล็กยังคงอยู่ในความปั่นป่วน เราจะไม่ละความพยายาม เราเชื่อว่าการที่เรามุ่งเน้นนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าให้กับลูกค้าและส่วนต่างราคาที่ดีกว่า รวมทั้งมุ่งเน้นการบูรณาการธุรกิจต่าง ๆ และสินทรัพย์ในการผลิตของเรา เพื่อให้มีการประหยัดจากขนาดและต้นทุนที่ต่ำกว่าจะทำให้ผลการดำเนินงานดีขึ้น นี่คือวัตถุประสงค์ของเราและเรายังคงมุ่งมั่นดำเนินการตามวิสัยทัศน์ของเราต่อไป" นายวินกล่าว

ติดต่อเอสเอสไอ (สำนักงานกรุงเทพฯ)

ติดต่อเอสเอสไอ (สำนักงานโรงงาน)

เชื่อมต่อกับเรา

We're on Social Networks. Follow us & get in touch.